สศค.เตรียมเสนอคลังแก้กฎหมายประกัน เพื่อเร่งจ่ายเงินชดเชยผู้ซื้อประกันหากบริษัทล้มละลาย ด้านคปภ.ไม่อนุมัติเพิ่มทุนฟินันซ่าที่เสนอขอเพิ่มทุนกว่า 1.6 พันล้าน เพราะก่อนหน้านี้ให้เวลาฟื้นฟูกิจการมานานแล้ว..
เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เตรียมที่จะเสนอแก้กฎหมายประกัน เพื่อเร่งการจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ซื้อประกัน ในกรณีที่บริษัทประกันนั้นต้องล้มละลาย เนื่องจากกฎหมายปัจจุบันกำหนดให้กรณีที่บริษัทประกันชีวิตและประกันภัยล้มละลาย ผู้ซื้อกรมธรรม์จะได้รับการชดเชยความเสียหายรายละไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อหนึ่งบริษัท แต่ไม่เกินจำนวนเงินที่ลงทุนไป โดยหากผู้เอาประกันทำประกันกับบริษัทประกัน สองบริษัท บริษัทละ 1 ล้านบาท ก็จะได้รับการชดเชย 2 ล้านบาท เป็นต้น แต่การชดเชยเงินดังกล่าว กว่าที่ผู้ซื้อกรมธรรม์ จะได้รับเงินค่าชดเชยต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5-7 ปี เนื่องจากจะต้องนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการล้มละลายตามกฎหมายล้มละลายเสียก่อน ขณะที่เงินทำประกันชีวิต โดยทั่วไปมักจะเป็นเงินออมของผู้เอาประกันด้วย ดังนั้นเพื่อลดความเดือดร้อนของผู้เอาประกัน ก็สมควรที่จะเร่งระยะเวลาการจ่ายค่าชดเชยดังกล่าวให้เร็วขึ้น โดยในเบื้องต้นมีข้อเสนอว่าในกรณีที่กิจการประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ถูกยึดใบอนุญาตประกอบการกิจการ ก็ให้สามารถจ่ายเงินชดเชยได้ทันที
สำหรับเงินชดเชยดังกล่าวนั้น จะมาจากเงินสมทบของบริษัทประกันชีวิตและประกันวินาศภัยที่จ่ายเข้ากองทุนนี้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทประกันชีวิตทุกบริษัทในประเทศ จ่ายเงินเข้ากองทุนนี้ ปีละ 250-280 ล้านบาท ส่วนบริษัทประกันวินาศภัย จ่ายเข้ากองทุนปีละ 100 ล้านบาท
ส่วนกรณีบริษัทประกันชีวิตฟินันซ่า ที่มีปัญหาความเพียงพอของเงินกองทุน ซึ่งติดลบ 1,034 ล้านบาทนั้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ไม่อนุมัติแผนการฟื้นฟูกิจการของบริษัท ที่เสนอขอเพิ่มทุน 1.6 พันล้านบาท โดยจะนำอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารของกิจการมาตีมูลค่าเป็นเงิน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพิ่มทุนด้วย ซึ่ง คปภ.ไม่ยอมรับ
ทั้งนี้ ปัจจุบัน คปภ.ได้เสนอให้กระทรวงการคลังว่า ขอให้ คปภ.เข้าควบคุมกิจการของฟินันซ่า เนื่องจากให้ระยะ เวลาในการทำแผนฟื้นฟูมานานพอสมควรแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งจะต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมกิจการ ตามมาตรา 53 ของกฎหมายประกันชีวิต เพื่อให้คณะกรรมการชุดนี้ตรวจสอบว่า บริษัทดังกล่าวจะสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้หรือไม่ หรือสมควรเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจ การ โดยเพื่อตรวจสอบแล้วเสร็จคณะกรรมการชุดนี้จะต้องเสนอให้ รมว.คลังพิจารณา
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น